วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Fled (1996)

สยองสองบุคลิก

ผมรู้สึกว่าพักนี้ blog ของเราจะแก่การเมืองไปสักหน่อย จึงจะขอเขียน entry เรื่องบันเทิงเสียบ้าง

มีหนังเรื่องหนึ่งซึ่งชื่นชอบมานานแล้ว หนังเรื่องนี้ชื่อ Mary Reilly นำแสดงโดยจูเลีย โรเบริ์ตส์ และจอห์น มาลโควิช

หนังเรื่องนี้สร้างจากวรรณกรรมคลาสสิกเรื่อง Dr.Jekyll And Mr.Hyde ตัวเอกของเรื่องคือด๊อกเตอร์แจ๊คเคิลนั้นมีบุคลิกขี้อาย สุภาพอ่อนหวาน เป็น "เจ๊นเต้อแมน" สไตล์อังกฤษแท้ๆ ปมเรื่องที่สำคัญคือเขาได้ทำการทดลองคิดน้ำยาที่สามารถดึงตัวตนที่เป็น "ด้านมืด" ของเขาออกมา เป็นตัวตนที่เขาตั้งชื่อว่ามิสเตอร์ไฮด์ (น่าสังเกตว่าชื่อ Mr.Hyde นั้นพ้องกับคำว่า hide ที่แปลว่า "ซ่อนเร้น" ซึ่งโยงถึงตัวตนอันปิดบังของด๊อกเตอร์แจ๊คเคิล)

ตรงกันข้ามกับด๊อกเตอร์แจ๊คเคิล มิสเตอร์ไฮด์มีบุคลิกที่ก้าวร้าว กักขฬะ โหดร้าย และเขาจะก่อการฆาตกรรม ซึ่งจะเป็นโครงเรื่องที่สำคัญอันหนึ่งของวรรณกรรมเรื่องนี้

ตัวตนที่เปิดเผย และตัวตนที่แฝงเร้นเก็บกด นั้นสอดรับกับทฤษฎีจิตวิเคราะห์ที่ว่าภายใต้หน้ากากของมนุษย์ที่นึกว่าตน เป็นคนมีเหตุผล มีอารยะ มีศาสนา ย่อมเป็นที่ซ่อนเร้นของความปรารถนาอันดำมืด ที่พร้อมจะปรากฏตัวออกมาเสมอเมื่อสภาพแวดล้อมอำนวย

เป็นอันว่ามนุษย์ทุกคนย่อมมี "มิสเตอร์ไฮด์" อยู่ในตัวทุกคน

ประเด็นเรื่อง "ทวิลักษณ์แห่งบุคลิกภาพ" (duality of personality) นี่เองที่ทำให้วรรณกรรมเรื่องนี้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อยู่หลายหน จนกระทั่งถึงเวอร์ชั่นจูเลีย โรเบริ์ตที่เรากำลังจะพูดกันใน entry นี้

สิ่งที่ทำให้เวอร์ชั่นนี้แตกต่างจากกับเวอร์ชั่นอื่นก็คือบทที่จูเลีย โรเบริ์ตได้รับนั่นแหละ เธอได้รับบทเป็นคนใช้ในบ้านของด๊อกเตอร์ แจ๊คเคิล และหนังจะ focus มาที่เธอ ไม่ใช่ด๊อกเตอร์

หนังเวอร์ชั่นนี้กล่าวถึงอดีตอันขมขื่นของสาวใช้ว่า เธอเคยถูกพ่อแท้ๆข่มขืน แต่ขณะเดียวกันเมื่อโตขึ้นเธอยังฝันถึงพ่ออยู่ตลอดเวลา ซึ่งแน่นอนฝันนั้นย่อมเป็นฝันร้าย

ในทัศนะของผม หนังเวอร์ชั่นนี้ได้สอดใส่ประเด็นทางจิตวิเคราะห์เพิ่มเข้ามาอีกประเด็นนั่น คือประเด็น "ปมรักพ่อ" ซึ่ง - ตามทฤษฎีของ Freud - มีอยู่ในเด็กผู้หญิงทุกคน

ตามทฤษฎี เด็กผู้หญิงทุกคนจะเห็นพ่อเป็น lover (ชู้รัก) เด็กปรารถนาจะครอบครองพ่ออย่างคนรัก แต่ต่อมาเธอจะเก็บกดความปรารถนานี้ไว้ในจิตไร้สำนึก และพัฒนาความรู้สึกเชิงชู้สาวให้กลายเป็นความรู้สึกแบบ "ลูกรักพ่อ" ตามปรกติ อนึ่ง เมื่อความรู้สึกเชิงชู้สาวที่มีต่อพ่อถูกเก็บกดลงไปในจิตไร้สำนึกแล้ว ในระดับจิตสำนึก (ที่ตอนนี้ถูกโปรแกรมแล้วว่าต้องรักพ่ออย่างผู้ปกครองไม่ใช่ชู้รัก) ระบบจิตใจมันจะต้านความรู้สึกเดิมๆ (รักพ่อเยี่ยงชู้) ให้กลายเป็นสิ่งน่ารังเกียจ ขยะแขยง สกปรก ผิดศีลธรรม

ไม่เชื่อลองไปบอกผู้หญิงคนหนึ่งสิว่า "ครั้งหนึ่งคุณเคยอยาก make love กับพ่อของคุณ" ก็จะได้คำตอบกลับมาว่า "ไอ้ทุเรศ ! พูดออกมาได้ เลอะเทอะ !"

ต้องเข้าใจว่า ความรู้สึกที่ถูกเก็บกดมันไม่ได้หายไปไหน แต่มันรอวันที่จะโผล่กลับเข้ามาในจิตสำนึกอีก สำหรับผู้หญิงปรกติ เธอจะถ่ายโอนความรู้สึกเก็บกดดังกล่าวมาสู่คนรักในชีวิตของเธอ ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงจึงมักเลือกคนรักที่มีลักษณะคล้ายพ่อของเธอ

ตัวละครแมรี่ ไรลี่เป็นสัญลักษณ์ของความรู้สึกแบบทวิลักษณ์ที่ผู้หญิงทุกคนมีต่อพ่อ

ขอเพิ่มเติมเล็กน้อยว่า ที่พ่อข่มขืนแมรี่นั้นเพราะพ่อเมา สำหรับแมรี่เหล้าคือสิ่งที่เปลี่ยนพ่อจากพ่อที่แสนดีกลายเป็นพ่อผู้ชั่วร้าย

ซึ่งนั่นสอดคล้องกับด๊อกเตอร์แจ๊คเคิลกับมิสเตอร์ไฮด์ ความดี/ความเลว ที่สามารถสลับกันได้ด้วยฤทธิ์ของ "น้ำ" (น้ำยาทดลอง/เหล้า)

แมรี่ให้ความเคารพด๊อกเตอร์เจ้านายผู้แสนสุภาพ แต่เธอก็ไม่ได้ตอบสนองเจ้านายผู้ซึ่งหลงรักเธอ

ขณะเดียวกัน เธอหวาดกลัว ขยะแขยงมิสเตอร์ไฮด์ แต่ก็มีท่าทีหลงเสน่ห์ชายกักขฬะนี้อยู่ลึกๆ

ซึ่งนั่นสะท้อนความสัมพันธ์ของเธอกับพ่อในวัยเด็ก

ยามพ่อไม่เมา พ่อคือคนดี แต่พ่อก็คือพ่อ เธอไม่ได้รักอะไรไปมากกว่านั้น ทั้งยังรังเกียจความคิดที่ว่าพ่อจะสามารถปู้ยี่ปู้ยำเธอได้

ยามพ่อเมา พ่อคืออีกคน ที่เธอไม่อยากจจะจดจำ แต่ก็ "ฝันถึง" อยู่บ่อยๆ

หนังเรื่องนี้กำลังบอกเราว่านอกจากมนุษย์ทุกคนจะมี มิสเตอร์ไฮด์อยู่ในตัวแล้ว สิ่งที่เรานึกว่ารักมากๆ ยังอาจแฝงไปด้วยความรังเกียจ สิ่งที่นึกว่ารังเกียจเราอาจปรารถนาอยู่ลึกๆ ต่อพ่อแม่ที่เราเคารพรัก เราอาจซ่อนความรู้สึกเชิง incest (สมสู่ในสายเลือด) และในความรู้สึกรังเกียจ incest เราอาจถวิลหามันอยู่ตลอดเวลา

มนุษย์มี 2 ตัวตนเสมอ

ไม่งั้น สมัคร สุนทรเวชที่เคยขวาจัดในอดีต วันนี้จะมาจูบปากกับซ้ายจ๋าอย่างหมอเลี้ยบได้หรือ ?

ว่าจะไม่ตวัดเข้าการเมืองแล้วเชียว

ตัวตนที่แฝงเร้นมันพาไปน่ะครับ ขออภัย

เป็นดุจคนที่เราเกลียดชัง

มนุษย์มีวิธีสร้างตัวตน (ego) หลายแบบ หนึ่งในกระบวนการนั้นคือกระบวนการ identification

Identificatin อาจแปลอย่างลวกๆได้ว่า "กระบวนการเอาตนเข้าทาบกับแม่แบบ" หมายความว่ามนุษย์มีวิธีการสร้างตัวตน โดยยึดบุคคลอื่นเป็นแม่แบบ แล้วพยายามทำตนให้เหมือนบุคคลนั้น

ตัวอย่างง่ายๆ เด็กชายอาจมีพ่อเป็นแม่แบบ เด็กจะ identify ตัวเองกับพ่อโดยพยายามเลียนแบบบุคลิกของพ่อจนกลายเป็นตัวตนหนึ่งของเด็ก

หรือวัยรุ่นอาจมีดารานักร้องเป็นแม่แบบ แล้ว identify ตัวเองกับแม่แบบนั้น

โดยทั่วไป Identification จะเป็นเรื่องในระดับจิตสำนึก (คือเรา "รู้ตัว" ว่าเรากำลังเลียนแบบใคร ทำไม) และกระบวนการนี้มี "ความรัก" เป็นรากฐานที่สำคัญ (เราย่อมเลียนแบบบุคคลที่เรารัก เคารพ ศรัทธา)

ทว่า จิตใจมนุษย์ยังซับซ้อนไปมากกว่านั้น กล่าวคือ มนุษย์สามารถ identify ตนเองกับคนอื่น โดยไม่รู้ตัว พูดอีกอย่างคือ identication สามารถเกิดขึ้นในระดับจิตไร้สำนึกล้วนๆ (unconscious identification)

ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยเหตุว่าเราสามารถเลียนแบบผู้อื่น ทั้งๆที่เราก็ไม่รู้ตัวว่าเรากำลังเลียนแบบอยู่ กระบวนการ identification สามารถมี ความเกลียดชัง เป็นรากฐาน หมายความว่า มนุษย์นอกจากเลียนแบบบุคคลที่รักแล้ว ยังสามารถมีบุคคลที่เกลียดชังเป็นแม่แบบได้อีกด้วย

รายละเอียดเรื่องนี้มีมาก ซึ่งจะไม่กล่าวในที่นี้เพราะจะทำให้ entry นี้ยาวเกินความจำเป็น (ที่จริงที่เขียนๆมาทั้งหมดก็ไม่จำเป็น - ใครไม่รู้เรื่องเหล่านี้ก็สามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้อย่างมีความสุข) แต่ note ในที่นี้เล็กน้อยว่า ความรักกับความเกลียดนั้นมีรากในจิตใจเดียวกัน สิ่งใดเกิดเพราะความรักได้ ก็เกิดด้วยความเกลียดได้

จะขอยกตัวอย่างด้วยหนังเรื่อง Hannibal Rising ที่ได้โพสต์โปสเตอร์ไว้ข้างบนของ entry ซึ่งในทัศนะของผม หนังเรื่องนี้มีประเด็นเรื่อง identification ด้วยความเกลียดชัง เป็นประเด็นสำคัญมากประเด็นหนึ่ง

ใครที่เคยดูหนัง 4 ภาคเรื่องนี้จะทราบดีว่า Hannibal Lecter คืออาชญากรอัจฉริยะ ผู้มีลักษณะเฉพาะคือ เวลาฆ่าใครแล้วจะกินเหยื่อของตน (ประเด็นเรื่อง oral complex เป็นประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่งของหนังเรื่องนี้ ซึ่งจะขอเล่าในโอกาสต่อไป)

Hannibal Rising จะพาเราย้อนไปสู่วัยเด็กของอาชญากรอัจฉริยะผู้นี้ เพื่อสืบหาต้นตอว่าเหตุใดเขาจึงโตขึ้นมาแล้วมีพฤติกรรมก้าวร้าวทางปาก (oral agressive - ในที่นี้คือการกินเหยื่อ) ซึ่งน่าจะมีใครสร้างหนัง Samak Rising หรือ "กำเนิดสมัคร" อะไรทำนองนั้นบ้าง

พูดโดยสั้นๆ คือฮันนิบาลต้องพบประสบการณ์อันขมขื่น เมื่อเขาได้เห็นโจรที่บุกมาปล้นบ้าน กินน้องสาวของเขาไปต่อหน้าต่อตา

ฮันนิบาลโตขึ้นและตามล่าล้างแค้นโจรเหล่านั้น ทุกครั้งที่เขาฆ่าเหล่าโจร เขาจะกินพวกมันเสีย

Climax ของเรื่องอยู่ที่ตอนท้าย เมื่อฮันนิบาลกำลังจะฆ่าผู้ที่เป็นหัวหน้าโจร แล้วหัวหน้าโจรเฉลยว่า ฮันนิบาลเองก็ได้กินน้องสาวตัวเองไปด้วยเหมือนกัน

ตลอดทั้งเรื่องฮันนิบาลจะจำไม่ได้เลยว่าเขาได้กินน้องตัวเองไป ในแง่ของจิตวิเคราะห์ นี่คือกระบวนการเก็บกด คือการพยายามลืมเหตุการณ์ที่ไม่อยากจดจำ โดยฝังมันไว้ในจิตไร้สำนึก

ที่สำคัญ ตลอดเวลา เขาไม่รู้ตัวเลยว่า ที่เขาเกิดรสนิยมพึงพอใจที่จะทำร้ายผู้คนด้วยการกินนั้น แท้จริงแล้ว เขากำลัง identify ตัวตนของเขากับเหล่าโจรที่เขาเกลียดชัง

เปิดวงเล็บไว้เล็กน้อยว่า ในจิตใต้สำนึก การเลียนแบบกับการกินนั้น เป็นสิ่งที่ link กันอยู่ เราเลียนแบบใครก็เท่ากับเรากำลัง "กลืน" ตัวตนของคนนั้น หนังเรื่อง Hannibal Rising แทบจะนำทฤษฎีนี้มาประยุกต์ตรงตามตัวอักษรเลยทีเดียว นั่นคือ ฮันนิบาล "เลียนแบบ" คนที่เขาเกลียด (ในระดับไม่รู้ตัว) โดยการกินคนเหล่านั้น (ในระดับที่รู้ตัว)

เขียนมาถึงบรรทัดนี้เพื่อสรุปว่า คนเราสามารถเป็นดุจคนที่เราเกลียดชังได้

ฉะนั้น อย่าได้สงสัยว่าทำไมหมู่นี้ ผมถึงได้เขียนอะไรทะลึ่งตึงตัง (แม้จะไม่ถึงกับใช้คำว่า "เสพเมถุน") และบางครั้งอาจนั่งทำจมูกบานเข้าบานออก

ผมอาจ "กิน" ตัวตนของใครบางคนที่ผมเกลียดชังอยู่โดยไม่รู้ตัวก็ได้

ชิมไปบ่นไปครับ

http://artandying.exteen.com/category/Movie/page/2

The Machine Girl (2008)

ด้วยเกล้า (2530)

เรื่องน่ารู้ของเชียงใหม่ ที่รู้ไปอาจจะไม่ได้อะไรเลย 2

เรื่องน่ารู้ของเชียงใหม่ ที่รู้ไปอาจจะไม่ได้อะไร.. แต่ถ้าทนอ่านไปจะงง ปน ฮา
credit : http://www.pantown.com/board.php?id=3320&area=&name=board1&topic=914&action=view

* ที่เชียงใหม่มีปั๊มน้ำมันที่ต้องเติมเองอยู่ปั๊มนึงปั๊มบางจาก แถวๆ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ ใกล้ๆกับ วิชั่น ตรงข้ามซิมบาร์ วิธีเติมเดินไปที่เคาท์เตอร์ บอกว่าจะเอาอะไร กี่บาทแล้วเขาจะบอกเราว่าให้เติมที่หัวจ่ายไหน (ต้องดูให้ดีเพราะเคยมีคนเอารถไปจอดเทียบหัวจ่าย รอเป็นชั่วโมงก็ไม่มีคนมาเติมให้)นวาย (เคยเจอมาแล้วถอยกันระนาว แอบโดนด่าอีก)

* ใน อดีต สวนสุขภาพข้างหอประชุม มช. และแปลงผักคณะเกษตรเคยมีพวกเกย์มาแอบปฏิบัติราชการลับ ภายใต้รหัส “เก็บผักเก็บหญ้า”และมีกะเทยจำนวนไม่น้อย ชอบตะโกนแซวว่า “เร็ว เร๊ววว จะเก็บอะไรก็รีบเก็บเด๋วตลาดวาย”

* เชียงใหม่ มีรถเมล์ ราคา 10 บาทตลอดสาย รถเมล์ทุกคันแอร์เย็นมากขึ้นไปนึกว่าอยู่ในกรงหมีแพนด้า

* พอ เราขึ้นรถเมล์เชียงใหม่ กระเป๋ารถเมล์จะลุกมาถามทันที ว่าจะลงที่ไหนพร้อมทั้งมารอยืนเก็บตังค์ ทั้งๆที่กุยังหาที่นั่งไม่ได้ (มึงจะรีบอะไรกันนัก)

* ร้านตัดผมที่ครั้งหนึ่งในชีวิต คุณควรไปตัดคือร้านพี่ตี๋ หน้า มช. (ทางไปสวนสัตว์ อยู่ข้างเทคโนตีนดอย) แล้วคุณจะรู้ว่า ทรงผมช่วยชีวิตคุณได้

* โค้งที่น่าอันตรายที่สุดของเชียงใหม่ อยุ่บนดอยสุเทพคับ ก่อนถึงวัดพระธาตุแต่อัตราการเกิดอุบัติเหตุที่โค้งนั้นน้อยมาก ..

* เราสามารถเห็นเจดีย์วัดร้างอยู่ติดกำแพงบ้านคนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของบ้านได้โดยทั่ว
ไปในตัวเมืองคับ

* ถ้าอยากทานไอติมหลังสี่ทุ่ม สเวนเซ่นในโลตัสคำเที่ยงยังเปิดอยู่คับ

* ถนนนิมมานเหมินต์เป็นย่านที่ค่าครองชีพสูงสุดในเชียงใหม่คับแต่เมื่อสิบยี่สิบปีก่อน
ยังเป็นทุ่งนาอยู่เลย

* บัตร ผ่านกองบิน สามารถเอาไปถ่ายเอกสารสีได้แนะนำให้ยืมคนที่มีบัตรผ่านที่ไม่ใช่สีเขียวแดง เช่น สีฟ้า สีชมพู เป็นต้นและห้ามวิ่งช้าผ่านด่าน ไม่งั้น สห.ทอ. จะตรวจเจอ

* ขับรถเข้า มช. หลังสี่ทุ่ม ให้หรี่ไฟหน้า และเปิดไฟในรถเสมอ ยามจะไม่ตรวจอิพวกที่สาดไฟสูงเข้ามา จะโดนเรียกและจะโดนซักนานมาก

* รถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งลัดกองบินต้องวิ่งริมทางเสมอมิฉะนั้นจะเจอกับกระแสลมอันรุนแรง พัดคุณล้มคว่ำได้

* ที่จอดรถสนามบินเชียงใหม่ 8 นาทีแรกจอดฟรี (ทำไมต้อง 8 นาที งง มากค่ะ)

* คน ที่ไปไหว้ครูบาศรีวิชัยตรงตีนดอยจะขอแต่ในเรื่องการงาน การเรียนแต่ถ้าขอเกี่ยวกับความรักว่ากันว่า เลิกกันแทบทุกราย มิน่าล่ะ โสดมาสองปีแล้ว ขอแฟนไม่เคยได้

* ไปเที่ยวห้วยตึงเฒ่าไม่ควรใส่เสื้อผ้าสีแดงไป เพราะเจ้าที่แรง

* เรื่องผีวิญญาณใน มช มีตั้งแต่รากต้นไม้ไปจนถึงตึกเรียนทุกตึก

* ข้าวซอยกาดมั่วจานละ20บาทใต้ถุนกาดสวนแก้วอร่อยกว่าที่ฟ้าฮ่าม

* ผาลาดตะวันรอน อาหารงั้นๆ แต่วิวสวยมั๊ก ๆ

* ร้านเฮือนเพ็ญตอนกลางวันกับตอนกลางคืน เจ้าของคนละคนกัน

* เด็กมัธยมที่นี่ชอบใช้บริการปลอมบัตร ปชช เพื่อจะได้เข้าผับ เธค

* อย่าพยายามหาเรียกมอเตอร์ไซด์รับจ้างที่เชียงใหม่

* ถ้า คุณขับรถมาเชียงใหม่ครั้งแรกแนะนำว่าให้อยู่ห่างๆคูเมืองไว้ ไม่งั้นคุณอาจจะเสียเวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมงเพื่อที่จะกลับไปที่เดิมโรง แรมวโรรส แกรนด์พาเลซ เป็นโรมแรมที่ไม่ค่อยมีคนมานอน แต่ไม่ก็ยักกะเจ๊งซักที

* รถแดงเชียงใหม่ตามใจตัวเองมากที่สุด เราอยากไปไหน ต้องถามว่าเค้าจะยอมไปส่งเรารึเปล่า ..

* เซเว่นตรงประตูทางออกมอชอ เป็นที่เดียวที่ปิดสี่ทุ่ม ไม่ได้เปิด 24 ชม.

* วัดสวนดอกมีพระประธานสององค์ หันหลังชนกัน

* ถนน คนเดิน เคยอยู่ตรงประตูท่าแพ ไปจนเกือบถึงสะพานนวรัตน์ที่เห็นตอนนี้ย้ายมาทีหลัง และมีท่าทีจะขยายไปเรื่อยๆ เป็นไปได้ว่าจะลามไปทั้งเมือง

* Ozone net เป็นร้านอินเตอร์เนตที่มีสาขาเยอะที่สุดในเชียงใหม่

* ย่าน การค้าสำคัญ ๆ เช่นกาดหลวง จะเป็นแหล่งค้าขายของคนจีนเชื้อสายไทยไนท์บาร์ซ่าเป็นของชาวเขา ห้างฯเป็นของคนต่างถิ่น คนเมืองเชียงใหม่แท้ ๆถอยร่นไปอยู่รอบนอกเรื่อย ๆ

* แรงงานต่างด้าวคือไทยใหญ่ และพม่า มีเยอะมาก(น่าจะถึงล้าน)หากไม่ฟังการพูดจะแยกไม่ออกว่าคนที่เดินผ่านหน้าไปเมื่อกี้เ
ป็นคนเชียงใหม่หรือเปล่า หน้าตากลมกลืนกันไปหมด

* แต่คนเมืองสามารถแยกคนเหล่านี้ออกจากพวกตัวเอง

* แรงงาน เกือบทั้งหมดเป็นแรงงานต่างด้าว ฉะนั้นในร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน งานบ้านก่อสร้าง งานสวน ค้าขาย(ลูกจ้าง) จะเป็นคนต่างด้าวทั้งนั้น

* ใน เชียงใหม่แท้ ๆ อยู่ในเมืองน้อยมาก หากยังอยู่ส่วนมากจะฐานะดีเพราะที่แพงยะกะทองคำ ยิ่งตอนนี้ใครมีบ้านมีที่แถวนิมมานฯรับเละเจ้าของบ้านขนกระเป๋าออกจากบ้านไป เช่าคอนโ
ดอยู่แล้วเอาบ้านให้นักธุรกิจเช่าเพราะได้ค่าเช่าแพง และเรียกล่วงหน้าได้เป็นปี ๆ ด้วย

* มีโรงแรมเล็ก ๆ เกร๋ ๆ เท่ห์ ๆ ขึ้นเป็นดอกเห็ดในเขตคูเมืองเห็นแล้วอยากจะกริ๊ดดด อยากเป็นเจ้าของมั่ง

* โรงแรมและสปาที่ดีควรจะอยู่ในเขตคูเมืองและอยู่ติดวัดหรืออยุ่ติดริมน้ำปิง ถึงจะได้บรรยากาศเชียงใหม่แต้ ๆ

* ถ้า ใครชอบผู้ชายที่หน้าตาออกแนวเกาหลีๆ ให้มาดูที่เชียงใหม่ มีเยอะมาก เดินเข้าไปถามว่ามาจากไหน ส่วนมากจะตอบว่า “เพ่อ โล มา จ่า ดอ” (เพิ่งลงมาจากดอย)

* กับข้าวใน อมช. หากินได้ในราคา 12 บาท น้ำ 4 บาท รวม 16 บาท ทำให้คุณอิ่มได้ 1 มื้อ ดีมากสำหรับเศรษฐกิจแบบนี้

* ช่วงนี้เครื่องบินขับไล่ มาฝึกบินที่เชียงใหม่บ่อยมาก เสียงดังโคตรรรร (อีดอก กุจะนอน)

* ผู้หญิงเชียงใหม่ ส่วนมากจะเรียบร้อย แต่แรดเงียบ และลึก

* ถ้าจะไปดู Zoo Aquarium แนะนำว่าอย่าเพิ่งไป เพราะยังไม่พร้อม น้ำยังไม่ใสไปดูที่ม.บูรพาจะคุ้มกว่า

* มีถนนอยู่ 1 เส้น แถวๆกาดหลวง ที่รถจะต้องวิ่งสลับเลนกัน (เหมือนอยู่เมืองนอกเลยอ่ะ)

* ริม ปิง เป็นซูปเปอร์มาร์เกตที่ดูจะมีรสนิยมที่สุดในเชียงใหม่ (มากกว่าท๊อปส์)เพราะส่วนใหญ่จะเน้นขายของนำเข้า กลุ่มเป้าหมายจะอยู่ที่ คนไทยที่มีสามีฝรั่งและชาวต่างชาติ

* ไก่ทอดเที่ยงคืน ราคาแพงพอๆกับ KFC ควรมีเงินมากกว่า 1 ร้อยบาท ถ้าคิดจะไปกิน

* อุโมงค์ที่ยาวที่สุดในเชียงใหม่ คืออุโมงค์เข้าห้าง Big C แถวๆซุปเปอร์ไฮเวย์ รองลงมาคืออุโมงค์หน้าศูนย์ราชการ

* สนามกีฬา 700 ปี ห้ามไปหัดขับรถ

* ถ้า ขึ้นรถแดง และได้นั่งข้างคนขับ อย่าพยายามคุยเรื่องการเมืองเพราะเขาจะถามคุณว่า คุณอยู่สีอะไร ถ้าคุณตอบว่าอยู่สีเหลืองคุณอาจถูกถีบตกจากรถได้ง่ายๆ

* คนเชียงใหม่เรียกกาดสวนแก้วว่า “เซน” และเรียก เซนทรัลแอร์พอร์ตว่า “โร”จำไว้จะได้เรียกกันให้ถูก

* คน เชียงใหม่ จะเรียก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่สั้นๆ ว่า “มอ” เฉยๆ (เช่น “ไปไหน” >> “ไปมอ”) ใครที่พยายามเรียกว่า “มอชอ” จะถูกมองเป็นพิเศษ

* 80% ของวัยรุ่นในผับ ขี่มอเตอร์ไซค์มาเที่ยว และผับเลิกจะมุ่งหน้าไปไก่ทอดเที่ยงคืน และขนมจีนสันป่าข่อยทันที เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่าแต่งตัวดีจะฐานะดีเสมอไป

* เด็กปริ๊นซ์ จะถูกปลูกฝังมาว่า ห้ามญาติดีกับเด็ก มง แต่เท่าที่เห็นเด็กปริ๊นซ์กับเด็กมง แดกกันเอง ไม่รู้อะไรยังงัย

* รถแทกซี่ในเชียงใหม่ ไม่มีมิเตอร์ อยากไปไหนต้องต่อรองราคากันเอง …………. เพื่ออออออออ???

* ใน ช่วงเทศกาลที่มีการปล่อยโคมลอยเยอะๆ แนะนำ อย่าไส่เสื้อผ้าราคาแพงๆไปและให้ไส่หมวกไปปล่อยโคมด้วย ไม่งั้นจะโดนน้ำตาเทียน หรือพลาสติดไหม้ หยดไส่หัวเอาโดยเฉพาะตรงประตูท่าแพ

* กระจกเงาในร้าน Love at first bite ใสกิ๊งมาก เคยมีคนตาลายชวนเพื่อนเข้าไปนั่งในกระจก นึกว่าในกระจกเป็นห้องอีกห้องนึง

* อย่าไปซื้อของที่กาดหลวงเด็ดขาด เพราะถ้าคุณมาที่กาดเทศบาล (แถวๆ กงศุล สหรัฐ)คุณจะเจอของอย่างเดียวกัน แต่ราคาถูกกว่าครึ่ง

* สะพานเหล็ก รถวิ่งทางเดียว อย่าทะลึ่งวิ่งสวนทาง เด๋วจะวุ่นวาย (เคยเจอมาแล้วถอยกันระนาว แอบโดนด่าอีก)

* ใน อดีต สวนสุขภาพข้างหอประชุม มช. และแปลงผักคณะเกษตรเคยมีพวกเกย์มาแอบปฏิบัติราชการลับ ภายใต้รหัส “เก็บผักเก็บหญ้า”และมีกะเทยจำนวนไม่น้อย ชอบตะโกนแซวว่า “เร็ว เร๊ววว จะเก็บอะไรก็รีบเก็บเด๋วตลาดวาย”

* เชียงใหม่ มีรถเมล์ ราคา 10 บาทตลอดสาย รถเมล์ทุกคันแอร์เย็นมากขึ้นไปนึกว่าอยู่ในกรงหมีแพนด้า

* พอ เราขึ้นรถเมล์เชียงใหม่ กระเป๋ารถเมล์จะลุกมาถามทันที ว่าจะลงที่ไหนพร้อมทั้งมารอยืนเก็บตังค์ ทั้งๆที่กุยังหาที่นั่งไม่ได้ (มึงจะรีบอะไรกันนัก)

* ร้านตัดผมที่ครั้งหนึ่งในชีวิต คุณควรไปตัดคือร้านพี่ตี๋ หน้า มช. (ทางไปสวนสัตว์ อยู่ข้างเทคโนตีนดอย) แล้วคุณจะรู้ว่า ทรงผมช่วยชีวิตคุณได้

* โค้งที่น่าอันตรายที่สุดของเชียงใหม่ อยุ่บนดอยสุเทพคับ ก่อนถึงวัดพระธาตุแต่อัตราการเกิดอุบัติเหตุที่โค้งนั้นน้อยมาก ..

* เราสามารถเห็นเจดีย์วัดร้างอยู่ติดกำแพงบ้านคนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของบ้านได้โดยทั่ว
ไปในตัวเมืองคับ

* ถ้าอยากทานไอติมหลังสี่ทุ่ม สเวนเซ่นในโลตัสคำเที่ยงยังเปิดอยู่คับ

* ถนนนิมมานเหมินต์เป็นย่านที่ค่าครองชีพสูงสุดในเชียงใหม่คับแต่เมื่อสิบยี่สิบปีก่อน
ยังเป็นทุ่งนาอยู่เลย

* บัตร ผ่านกองบิน สามารถเอาไปถ่ายเอกสารสีได้แนะนำให้ยืมคนที่มีบัตรผ่านที่ไม่ใช่สีเขียวแดง เช่น สีฟ้า สีชมพู เป็นต้นและห้ามวิ่งช้าผ่านด่าน ไม่งั้น สห.ทอ. จะตรวจเจอ

* ขับรถเข้า มช. หลังสี่ทุ่ม ให้หรี่ไฟหน้า และเปิดไฟในรถเสมอ ยามจะไม่ตรวจอิพวกที่สาดไฟสูงเข้ามา จะโดนเรียกและจะโดนซักนานมาก

* รถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งลัดกองบินต้องวิ่งริมทางเสมอมิฉะนั้นจะเจอกับกระแสลมอันรุนแรง พัดคุณล้มคว่ำได้

* ที่จอดรถสนามบินเชียงใหม่ 8 นาทีแรกจอดฟรี (ทำไมต้อง 8 นาที งง มากค่ะ)

* คน ที่ไปไหว้ครูบาศรีวิชัยตรงตีนดอยจะขอแต่ในเรื่องการงาน การเรียนแต่ถ้าขอเกี่ยวกับความรักว่ากันว่า เลิกกันแทบทุกราย มิน่าล่ะ โสดมาสองปีแล้ว ขอแฟนไม่เคยได้

* ไปเที่ยวห้วยตึงเฒ่าไม่ควรใส่เสื้อผ้าสีแดงไป เพราะเจ้าที่แรง

* เรื่องผีวิญญาณใน มช มีตั้งแต่รากต้นไม้ไปจนถึงตึกเรียนทุกตึก

* ข้าวซอยกาดมั่วจานละ20บาทใต้ถุนกาดสวนแก้วอร่อยกว่าที่ฟ้าฮ่าม

* ผาลาดตะวันรอน อาหารงั้นๆ แต่วิวสวยมั๊ก ๆ

* ร้านเฮือนเพ็ญตอนกลางวันกับตอนกลางคืน เจ้าของคนละคนกัน

* เด็กมัธยมที่นี่ชอบใช้บริการปลอมบัตร ปชช เพื่อจะได้เข้าผับ เธค

* อย่าพยายามหาเรียกมอเตอร์ไซด์รับจ้างที่เชียงใหม่

* ถ้า คุณขับรถมาเชียงใหม่ครั้งแรกแนะนำว่าให้อยู่ห่างๆคูเมืองไว้ ไม่งั้นคุณอาจจะเสียเวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมงเพื่อที่จะกลับไปที่เดิมโรง แรมวโรรส แกรนด์พาเลซ เป็นโรมแรมที่ไม่ค่อยมีคนมานอน แต่ไม่ก็ยักกะเจ๊งซักที

* รถแดงเชียงใหม่ตามใจตัวเองมากที่สุด เราอยากไปไหน ต้องถามว่าเค้าจะยอมไปส่งเรารึเปล่า ..

* เซเว่นตรงประตูทางออกมอชอ เป็นที่เดียวที่ปิดสี่ทุ่ม ไม่ได้เปิด 24 ชม.

* วัดสวนดอกมีพระประธานสององค์ หันหลังชนกัน

* ถนน คนเดิน เคยอยู่ตรงประตูท่าแพ ไปจนเกือบถึงสะพานนวรัตน์ที่เห็นตอนนี้ย้ายมาทีหลัง และมีท่าทีจะขยายไปเรื่อยๆ เป็นไปได้ว่าจะลามไปทั้งเมือง

เรื่องน่ารู้ของเชียงใหม่ ที่รู้ไปอาจจะไม่ได้อะไรเลย 1

พอดี ช่วงนี้อยากไปเชียงใหม่มากๆ
ก็เลยหาอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับเชียงใหม่มาอ่าน
แล้วไปเจออันนี้เ้ข้า อ่านแล้วโคตรฮา
ก็เลยอยากจะเก็บเอาไว้

credit : http://jamebox.exteen.com/20090408/entry
ก่อนเริ่มอ่านเอาเป็นเอาตายผมขอบอกก่อนนะครับว่า ผมไม่ใช่คนเขียนนะครับ แต่เป็นForword mail มาจากเพื่อน ๆ ที่ชอบส่งอะไรทั้งดีและไม่ดี มาให้อ่าน (ขอบคุณนะครับ)

ผมขอเตือนไว้ก่อนนะครับ ผมคุณไม่มีความอดทนพอไม่ต้องอ่านเลยก็ได้นะครับ เพราะมันอาจหาสาระไม่ได้เลย

คำเตือน – ก่อนอ่านเมลล์นี้ต้องมีเวลาว่างกว่า20 นาที
– อาจจะตาลายได้ เพราะเยอะมากกกกกกกก
– ไม่มีจุดประสงค์จะดิสเครดิตอะไรทั้งสิ้น
– อ่านขำๆ ชิลๆ ไม่อยากอ่านก้อลบซะ
– ต้นฉบับมาจากกระทู้ในเว็บๆหนึ่ง จขกท. น่าจะเป็นกระเทย
– เมลล์นี้เหมาะกับผู้ที่มีอายุกมากกว่า 18 ปีขึ้นไป อาจจะมีคำที่ไม่สุภาพ
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

*เวลาไปเดินถนนคนเดินไม่จำเป็นต้องเดินให้ครบทุกสายเพราะของจะซ้ำๆกัน

*โจ๊กสมเพชรเปิด 24 ชั่วโมง เลยไม่เคยล้างหม้อเลย(เค้าบอก)

*คำว่า “เปิ้น” หมายถึงบุรุษที่1หรือ3ก็ได้ (I,She,He) แต่คนเชียงใหม่ก็สื่อสารกันเข้าใจ

*ไก่ทอดเที่ยงคืนงั้นๆ ร้านที่มาเปิดสับขาหลอก(ใกล้ๆกัน) อร่อยกว่า

*ร้าน Milk Zone หน้ามอ เป็นร้านนมที่ปิดดึกที่สุด เมนูมากที่สุด (และไม่ค่อยอร่อย)

-เชียงใหม่ไม่มีขนมโตเกียวขาย(ทั้งๆที่หากินได้ง่ายมากในกทม)

-ผับหลักๆในเชียงใหม่ไม่เสียค่าเปิดเหล้า นักเที่ยวส่วนมากนิยมหิ้วไปเอง และสามารถเอาเหล้าที่เหลือไม่ถึงครึ่งขวดมาเปิดได้

-โน๊ตอุดมคือไอดอลของชาวเชียงใหม่ส่วนมาก

-แคลิฟอเนียฟิตเนสเชียงใหม่ไม่มีผ้าเช็ดตัวบริการ ใครจะมาเชียงใหม่ในฟิตเนส อย่าลืมเตรียมผ้าเช็ดตัวมาเอง

*”หนังว๊อง”แปลว่าหนังยาง แต่”ปั๊ดว๊อง”แปลว่าชักว่าว “น้ำว๊อง”ก็แปลว่าน้ำกาม

*ผู้ชายไทใหญ่หน้าตาดีกว่าผู้ชายแม้ว

*กินข้าวที่กาดหลวงแอร์พอร์ต กินเสร็จต้องเอาจานไปไว้ที่จุดคืนจาน

*เวลาไปไหว้ครูบาศรีวิชัย ให้รีบซื้อดอกไม้จากร้านไหนก็ได้ อย่าเลือกนานเพราะจะโดนกดดัน
-อย่าแปลกใจถ้าจอดรถข้างถนนแล้วเวลากลับมาเอารถจะโดนเรียกเก็บค่าดูแลรถ 10-20 บาท

*ร้านอาหารดังๆไม่ค่อยอร่อย ร้านอร่อยๆไม่ค่อยดัง

*ซาลาเปาวิกุล(นวรัฐ)อร่อยและลูกชายหล่อ

*รถติดแก๊ซเข้าจอดในที่จอดรถแอร์พอร์ตพลาซ่าไม่ได้ แอบจอดประจำ อิอิ

*ใจไม่แข็งพอ อย่าคิดปั่นจักรยานในเมืองเชียงใหม่

*นร.หญิง ดาราวิทยาลัย ชอบเป็นแฟนกับ นร.ชายปรินซ์ รอยัล

*กาดคำเที่ยงขายต้นไม้ แต่แดดร้อนเหมือนทะเลทราย

*JJ Market แรกเริ่มเดิมทีเจ้าของตั้งใจทำให้เป็นถนนสายวัฒนธรรม แต่ตอนนี้กลายเป็น RCA ไปแล้ว

*เชียงใหม่มีนิตยสารแจกฟรีเยอะที่สุดในประเทศไทย

*I berry นั่งข้างในเปิดแอร์แรงมากกกกก ควรเตรียมเสื้อกันหนาว (และพนักงานจะเหวี่ยงๆกันทุกคน)

*ช่วงลอยกระทงอย่าไปเดินตามประตูท่าแพ เพราะจะมีเด็กจุดประทัดโยนลงมาจากด้านบน

*วาวีเป็นร้านกาแฟที่มีสาขาเยอะที่สุดในเชียงใหม่ (แค่บริเวณ ถ.นิมมานฯก็ปาไปแล้ว 3)

*นิมมานเหมินท์ เขียนแบบนี้ (ไม่มี ร.เรือ)

*ถนนจาก 4 แยกราชภัฏเข้าสู่ตลาดธานินท์ เหี้ยมากๆค่ะเหี้ยเกินเยียวยา

*ถ้าไม่มีเส้นสายจะจองโต๊ะในมังกี้ วอมอัพในคืนศุกร์เสาร์ต้องส่งเพื่อนไปนั่งจองตั้งแต่ 5 -6 โมง

*อย่าคิดไปนั่งพักผ่อนริมสระในวัดอุโมงค์เด็ดขาดเพราะจะไม่ได้พักผ่อน

*ถ้าจะไปกินหมูกะทะควรเช็คราคาน้ำเปล่าก่อนนะคะ (เคยโดนขวดละ80กินไป2ขวด)

*ผู้หญิงเชียงใหม่กินเหล้าเก่งมากกกกกกก

*ขับรถในเชียงใหม่ต้องระวังรถแดง(สองแถว) และรถทะเบียนลำพูน

*ถ้าคุณเป็นสีเหลืองอยู่เชียงใหม่ห้ามพูดเรื่องการเมืองเด็ดขาด เด๋วเจอทีนลอยมา

- คนหล่อๆส่วนมากจะไปกระจุกรวมกันอยู่ที่ร้านวอร์มอัพไม่ใช่มังกี้

- สินค้าที่ถนนคนเดินวันอาทิตย์จะมีราคาถูกกว่าทั่วไปพอสมควร หากมีโอกาสควรรอซื้อของฝากที่นั่นทีเดียว

- เซนทรัลแอร์พอร์ตและเซนทรัลกาดสวนแก้วไม่มีแมคโดนัลด์

- เซอเคิลคือบาร์โชว์ที่เริ่ด และรวบรวมเด็กบาร์ค-ยใหญ่มากที่สุด

-ถนน คนเดินหลัง รร.ปรินส์ วันเสาร์-อาทิตย์ เป็นแหล่งรวมของเก่าที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ ใครอยากได้อะไรไปที่นั่นเป็นได้ติดมือกลับมา แถมไม่แพงอีกด้วย

-เมื่อยี่สิบปีก่อนเชียงใหม่เคยมีรถเมล์ สายด้วย เมล์เหลือง เมล์ขาว เมล์แดง เมล์ฟ้า แต่ตอนนี้เจ๊งกันไปแทบหมดแล้ว

- ตรง AIS ปัจจุบันนี้ เมื่อก่อนเคยเป็นโรงหนังโป๊มาก่อน ชื่อ โรงหนังศรีวิศาล

-ป้าที่ขายข้าวเหนียวมะม่วง ชั้นล่าง central กาด ใจดีและแถมหากชมว่าอร่อย

-หนุ่มเชียงรายหล่อกว่าหนุ่มเชียงใหม่ (ในความคิดสาว ชม.)

-สาวเชียงใหม่ สวยกว่าสาวเชียงราย (ในความคิดของหนุ่ม ชร.)

-คนเชียงใหม่ไม่ค่อยมาเที่ยวเชียงราย แต่คนเชียงรายทุกคนได้ไปเชียงใหม่

-ป๊อกคืด คือเรื่องผีที่ดังที่สุด ของ มช.

-ขี่รถวนทวนเข็มนาฬิกา ใน มช. เรื่องเล่าบอกจะเจอผีนั่งบนหอนาฬิกา (ลองมาแล้วแต่ไม่เห็นเลย…)

-ลัดดาแลนด์ เป็นสวนสนุกร้าง ที่ นศศ ไปลองดีเยอะมาก (ครอบครับโดนฆ่ายกครอบครัว)

-นศสาว พายัพ สวยกว่า มช. เยอะมาก และสูงกว่า

-นศสาว มช. จะเซอร์ ตาม concept ตามรุ่นพี่

-สาวเชียงใหม่ ไม่หยิ่งเลย ที่เห็นหยิ่ง คิดไปเอง

-อำเภอ สันกำแพงแหล่งทำร่ม มีร่มให้คุณ ขโมย ทุกที ตั้งแต่อันเล็กเท่ามดจนถึงอันใหญ่เท่าบ้าน(เพราะ จะเอาร่มประดับหน้าบ้านหรือปากซอย เป็น ซุ้มประตู ต้องไปกลางคืน)

- กาด เช้าที่เริ่สที่ชุดคือสันป่าข่อยมีทุกสิ่งที่เป้นอาหาร

- กาดเช้าที่เริ่สเป้นอันดับ 2 คือ กาด ประตู ช้างเผือกเพราะ ที่นี้จะมีข้าวมันไก่ ที่ไม่ว่าจะแซฟ หรือ เกย์ ที่เลิก จากมันดาเรย์ จะมากินกัน

- คุณ จะ หาซื้อ ขนม ถุง5บาทในราคา 5 ถุง 20 ได้ที่ ตลาดประตูช้างเผือก

- ตอนนี้ประตุช้างเผือก เข้าไม่ได้เพราะ เค้าจะทำอีกชั้น **ขุดกันสุดริด หาพระค่ะ

- วัด แทบทุกวัด พระ จะรับจ๊อฟ จัดดดอก ไม้

- วันมนเฑียร กับวัดโลกโมฬี เป็นวัดคู่แข่งแห่งความอลังการกัน

- สันกำแพงเป็นแหล่งกระเทยงามและกระเทยเยอะสุด ตั้งแต่เดกป. 1 ถึงยายแก่

- กระเทย โรงเรียนยุพราช จะหล่อกระเทย ปริ้นซ์ จะดูดี

- ชะนี โรงเรียนดาราร้อยละ95 พูดคำเมือง

- ชะนียุพ จะแรงกว่าชะนีวัฒโน

- กระเทยปริ้นซ์ทุกคนใฝ่ฝันใส่กระโปรงแดง

- แมคโดนัล ที่ ไนท์บาซ่า จะมีเด็กมงเป็นอาหารตาไม่ก็ญี่ปุ่นเกาหลี

- เด็กโรงเรียนยุพราช เก่งที่สุดในการกดสเลอปี้ได้เยอะสุด

- กระเทย รร สันกำแพงชอบใส่วิกไปงานวัด

- กระเทย รร วชิราลัย อยุ่สารภีอาทิตย์ หนึ่งจะได้มาเที่ยว 2 วัน

- ชะนีพระหะรึทัยมีรถยนขับแทบทุกนาง

- กระเทย ท่าแพ ทำงานถึง 7โมงเช้า

- วอมอัพเป้นแหล่งสิ่งเกย์แอบและผู้ชายหล่อ

- ร้า้น ไอติม ไอเบอร์รี่ของโน๊ต อุดม แพงเว่อ 2 ก้อน 90 แต่มีคนเต็มร้าน และ ตอนเยนยุงเยอะมาก

- หมู กะทะที่ขึ้นชื่อมี4ร้าน ซุ่มสบาย สุคนทา ชุมแพ ดังๆๆแต่ร้านที่คนว่าเริ่สม่ายใช่ 4 ร้านนี้กลับเปงหมูกะทะเอบีซี

-ิ หมูจุ่มแถวคำเที่ยงคนเยอะมากกินแล้วหัวเราะทังคืน(เค้าว่าผสมกันซา)

- สันป่าตองมีกาดวัดกาดควาย

- อำเภอเชียงดาวเป็นแหล่งผลิต แซฟและเดกแว้น สก้อย แต่เกย์ที่นี้หล่อทุกคนแหละผู้ชายก้อ หล่อค่ะ

-อำเภอ ฝาง ปลูกส้มเยอะสุดซื้อ ของธนาทอน จะแพงมาก ใส่กล่อง แล้ว ราคา 400 ทั้งๆๆที่ส้ม มาจาสวนเดียวกัน

- โรงเรียน ปริ้นซ์เป็น รร ที่หนาวสุดในตอนกางคืน เพราะต้นไม้เยอะ

- เด็ก มงแทบจะไม่เดิน เซนทรัลเลย

- ครู กวดวิชา เชียยงใหม่ เน้นฮา

-ที่อ่างแก้ว ข้างในตรงเป็นม้าหิน มีคนเข้าไปเอากันจริง! คอนเฟิร์ม เพราะไปทำข่าวมา

-และหออ่างแก้ว(หอพักอาจารย์) มีน.ศ.ชายไปขโมยอันเดอร์แวร์ของอ.จ.แล้วโดนจับได้ ที่สำคัญแม่งขโมยของอ.จ.ชายนี่สิ…

-หอชายของหายบ่อย แม่งแค่ยกบานเกล็ดออก ไม่ก็บิดลูกบิดทุกห้อง ดูห้องไหนว่าง ถ้ามีคนก็แกล้งทำเป็นเข้าห้องผิด

-หอสองชายจะทุบทำเป็นหอเก้าหญิง

-จะมีป้าคนนึงคอยขับรถเครื่องตระเวนให้ข้าวหมาในมอ

-มีคนโดนข่มขืนที่ทางเดินไปชมรม (แถวหอชมพู) มอปิดข่าว

-วิศวะรับน้องให้สก็อตจัมพ์จนต้องพาเข้าสวนดอก ต้องกรีดขาลดแรงดันเลือด มอปิดข่าว

-ทางหลวงเส้นซุปเปอร์ไฮเวย์ รถยางแตกบ่อยมากกกกกก บางทีขับรถอยู่ดีๆ อีคันหน้ายางระเบิด เศษยางปลิวมาติดหน้ารถเรา เกือบเสียหลักตกถนน

-มา เชียงใหม่อย่าเบื่อดอยสุเทพค่ะ อย่าไปคิดว่าเจ้าบ้านพาขึ้นเพราะไม่รู้จะพาไปไหนนะคะ แต่เค้าพาขึ้นเพราะเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์และควรกราบไหว้ทุกครั้งที่มาเที่ยว

-มิลก์โซน หน้ามอ รสชาติงั้นๆ แต่ผู้ชายเยอะมาากกกก

-คนเชียงใหม่เรียกสถานีขนส่งว่า อาเขต ถ้าไปบอกรถแดงว่าไป ขนส่ง เขาจะพาไปส่งที่กรมการขนส่งทางบก อ.หางดง

-ผู้หญิงดอยเต่าฟ้อนสาวไหมไม่ได้นะคระ เพราะเจอกันก็ทักว่า “จะปอยหนอย” เวลาสงสัยอะไรก็เค้าจะถามว่า “ทำมอย?” คร่ะ คริคริคริ

- โรงแรมที่หรูหรา ไฮโซ และแพงที่สุดในเชียงใหม่คือ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ดาราเทวี ถ้าคิดจะมาพักที่นี่ ควรจะมีเงินติดตัวไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นบาท ต่อคืน

- อยากนั่งรถม้า ไม่ต้องไปถึงลำปาง ที่เวียงกุมกามมีให้นั่ง

- หอยทอดภาคเหนือ กินกับน้ำจิ้มไก่ไส่น้ำส้มสายชู แต่คนภาคกลางกินกับซอสพริกศรีราชา

- หลัง มช. มีข้าวไข่เจียวเยอะมาก หากินได้ในราคา 10 บาท ซอสไม่อั้น อร่อยมาก

- กาดสวนแก้ว เสียค่าจอดรถมอเตอร์ไซค์ 5 บาท รถยนต์ 10 บาท เซนทรัลแอร์พอร์ต จอดฟรี

- อ่างแก้ว ห้ามเอาหมาไปเดิน

- รถยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ก็วิ่งได้ ตำรวจไม่ค่อยจับ (หละหลวมเกินไปหรือป่าว?)

- อย่าขับรถตามรถแดง และรถทะเบียนลำพูน แล้วชีวิตจะดี

- ถนนสันติธรรม กับ ถนนช้างคลาน เปรียบได้กับ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ที่กรุงเทพ อาบ อบ นวด เยอะม่อกกกก

- ในตอนกลางคืน บรรดาอาบอบนวดเหล่านั้น จะให้ผู้ชายหน้าตาดีๆ ออกมาโบกรถเรียกลูกค้า บางทียัง งง ว่ามันเป็นที่เที่ยวสำหรับผู้ชายหรือเกย์กันแน่

- คนที่ติดดิน ไม่เรื่องมาก ไม่ถือตัว เท่านั้นที่จะเข้าถึงแก่นแท้ของความเป็นเชียงใหม่ ถึงแม้คนส่วนใหญ่จะเชิดไส่กัน แต่ลึกๆแล้วจิตใจดี ไม่ดุร้าย ไม่เชื่อลองเดินเข้าไปคุยสิ

- ทักษิณจบจากมงฟอร์ต (บอกทำไม ใครๆก็รู้)

- จาตุรน ฉายแสง เป็นศิษย์เก่าคณะแพทย์ มช.

- สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นศิษย์เก่าคณะรัฐศาสตร์ มช.

- ชลิต เฟื่องอารมณ์ เป็นศิษย์เก่าคณะสังคมศาสตร์ มช.

- เป้ย ปานวาด เป็นศิษย์เก่าคณะวิจิตร์ศิลป มช. และเป้ย เป็นเหมือนตัวอย่างของผู้หญิงเชียงใหม่ คือ ดูเหมือนจะเรียบร้อย แต่แรดเงียบ

- นุ่น ศิรพันธ์ เป็นศิษย์เก่าคณะวิศวะ มช.

- และอีกเยอะแยะ บรรยายสามกระทู้ก็ไม่จบ

- ปั๊มน้ำมันที่รวยที่สุดในเชียงใหม่คือ ปั๊ม ปตท .มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไม่เชื่อไปดูสิ มอเตอร์ไซค์เข้ามาเติมไม่ขาดสาย

- เด็กกรุงเทพส่วนมาก มา มช. ร้อยทั้งร้อยจะบอกว่า มช. สวยมาก และอยากเรียนที่ มช จังเลย แต่ทำไมตอนแอดมิชชั่น มึงเลือก จุฬา มธ. เกษตร โถ่ ตอแหล

- ชาบูชิเพิ่งมาเปิดที่ เซนทรัลแอร์พอร์ต แรกๆ คนมายืนรอกันเพียบ ยังกะแดกฟรี

- เชียงใหม่ เป็นจังหวัดเดียวที่พนักงานเซเว่นน่าแดกที่สุด กุเคยตะลอนค้นหาเพชรในตมเกือบทั่วทุกสาขาในตัวเมือง แต่ละสาขาก็มีหน้าเหี้ยบ้างหน้าเป๊ะบ้าง บางสาขาก็น่าเย็ดโคตรๆ ขาว ตี๋ หล่อ ล่ำ ใครอยากได้พิกัดสาขาเด็ดๆ บอกได้ เด๋วจัดให้

- ป้าไก่ แห่งร้านครัวป้าไก่ (เลี้ยวขวาปากทางเข้ากองบิน) ไม่ค่อยถูกกับคนในหมู่บ้าน เพราะลูกค้าร้านแกชอบเอารถไปจอดขวางหน้าบ้านคนอื่น แล้วแกก็ไม่ยอมบอกลูกค้าถึงปัญหานี้

- มาเชียงใหม่ อย่าสั่งอาหารทะเลมากิน เพราะ 95% แช่ฟอร์มาลีนมาทั้งนั้น

- ปลาหมึกยักษ์ย่างที่ขายๆกันอยู่ เวลาจะกินต้องดูให้ดี ว่ามันเป็นปลาหมึกหรือยางพารากันแน่ ยี้ น่ากลัว

- ลูกชายร้านขายก๋วยเตี๋ยว ตรงฝั่งประตูเกษตรหลัง มช. หล่อมาก (กะเทยอย่าไปกันเยอะนะคะ เด๋วนกแดก)

*มหาลัยนอร์ท ไม่น่าสนใจเท่าไร อยู่ไกล

*ชะนีที่ฟาร์จะแรดมาก เวลาว่าง(หรือไม่ว่างก้อตาม)จะเห็นพวกหล่อนได้ที่โรบินสัน

*ฟาร์อิสเทอร์อยู่ตรงข้ามเซ็นทรัลแอร์พอร์ท

*กระเทยชอบไปเรียนที่ฟาร์เพราะว่าค่าเทอมถูก จบแล้วยังไม่รุ้จะทำอะไร ประมาณนั้น

*ค่าเทอมพายัพหนึ่งเทอมจ่ายฟาร์ได้ สองถึงสามเทอม

*คุณภาพของเด็กที่จบมา ต่ำว่าเด็กจบจากราชภัฏเชียงใหม่คอนเฟิร์ม

*ข้าวต้มสุพรรณที่สามแยกวัดเจ็ดยอดไม่แพงอย่างที่คุณคิด

*เชียงใหม่มีร้านหมูกระทะใหญ่ๆสามร้าน คือ ดังดังหมูกระทะ สุคนธาหมูกระทะ อะไรอีก
ไม่รู้ละ ลืมครับ จากมานาน 555

*เชียงใหม่มีหมูจุ่มขึ้นชื่อคือ หมูจุ่มฟ้าธานี

*โรงแรมธาริน เลือกให้ดีถ้าได้ฝั่งตรงข้ามดอยสุเทพ ท่านจะได้เจอหลังคา LCC.และเมนเผาศพและป่าช้าได้

*โรงเรียนพณิชการเชียงใหม่ เรียกอีกอย่างว่าพณิชน้ำคือ (แยกให้ออกนะครับ มันมีหลาย รรครับ)

*ที่เรียนน้ำคือเพราะอยู่ติดคูเมืองครับ

*เมื่อก่อน LCC. ได้ชื่อว่า รร ผลิต……กอ รอ ห อ รอ อี เอก………….ที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดและสังคมไทยมากที่สุด

*LCC. เป็น รร ที่เคร่งมาก แต่ นศ ได้ดีทุกคน

*นศ ที่เพิ่งทำแท้งแล้วตาย(อาทิตย์ที่แล้ว) เป็นเด็ก ปวส พิเศษ ปีสอง ของ LCC. ครับ

*LCC. เรียก ผอ ว่า บราเทอร์

*เอ็ม เดอะสตาร์ จบจาก LCC. ครับ ฉายาที่ชอบเรียกกันก้อคือ ไอ้เอ็มควาย 555

*โปลิ เชียงใหม่ เป็นโรงเรียนเดียวในประเทศไทย ที่ให้ทอมแต่ชาย กระเทยแต่งหญิงมาเรียน

*โปลิ เชียงใหม่ มีห้องน้ำสำหรับหญิงสอง หรือกระเทย แต่กระเทยไม่ชอบเข้า

*กระเทยชอบเข้าห้องน้ำชะนี และชะนีชอบเข้าห้องน้ำกระเทย

*กระเทยที่นี่ค่อนข้างจะเหมือนจริง

*นศ ที่นี่มีมากกว่า 5000 คนในแต่ละปี

*มีครูมากถึงเกือบ 300

*เป็นโรงเรียนโปลิแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีพาณิชด้วย

*เป็นโรงเรียนที่ชะนีอยากเรียนไปหาผัวไป

*อาจารย์ชายที่นี่ กินลูกศิษย์ และครองคู่กัน ใน รร

*ห้าม นศ พาณิช ยื่นหน้าออกนอกอาคาร มาหาช่าง ไม่งั้น อาจารย์จะเป่านกหวีดใล่

*มหาวิทยาลัยฟาร์อิสเทอร์ เพิ่งจะตั้งได้ไม่ถึงสิบปี

*ฟาร์อิสเทอร์ ชะนีแรงมาก ระวังถ้าไม่ไปเรียน จะจบได้โดยไม่รู้ตัว คอนเฟิร์ม

*มหาวิทยาลัยนอร์ทเชียงใหม่ อยู่ไกลมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
*โรงเรียนนานาชาตินครพายัพ อยู่วงแหวนรอบที่สามไกลมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
*เชียงใหม่มีโรงเรียนนานาชาติเปรม (ติณนะสูลานนท์) ด้วยครับที่แม่ริม
*โรงเรียนวารีเชียงใหม่ เปิดมอหกปีแรก เอาเด็กจาก มงฟอร์ดไปและได้ดีทุกคน
*โรงเรียนวารีเชียงใหม่ สวยมากและแพงมากเช่นกันแต่ก็สอนดีมากเช่นกัน อิอิ www.varee.ac.th
*ติดกับ รร วารี เป็นโรงเรียนเทคโนโลยีเอเชีย
*เชียงใหม่เรียกมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนาวิทยาเขตภาคพายัพ ว่าเทคโนตีนดอยเพราอยู่ตีนดอยสุเทพ